Thailand Mobile Expo 2026

Buyer Guide : เปิดคัมภีร์ส่องมือถือใหม่ในงาน Thailand Mobile Expo 2026

Samsung

Galaxy A07 5G

หน้าตาคลาสสิก บางเบา หน้าจอขนาด 6.7 นิ้ว FHD+ อัปเกรดจอ IPS 120Hz, ชิป Dimensity 6300 แรม 6+128GB แบตอึด 6000 mAh ชาร์จ 25W อัปเดตยาว 6 ปี 6 เวอร์ชั่น มาพร้อม Android 16 ในตัว OneUI 8 ลูกเล่นครบ + อัปเดตยาว 6 ปี ราคาประมาณ 5,000 บาท 

𝗚𝗮𝗹𝗮𝘅𝘆 𝗔𝟭𝟳 𝗟𝗧𝗘 | 5G

ไม่รองรับ 5G แลกกับจอ AMOLED FHD+ 90Hz สว่างสวยงามกว่า, ชิป Helio G99 แรม 8+128GB ใช้งานสมูทกว่า บอดี้บาง รันบน Android 16 พ่วงกล้องหลัก 50MP มีกันสั่น OIS ด้วยนะ รุ่นเดียวงบ 4,xxx บาท ! หรือเพิ่มเงินเอา 𝗚𝗮𝗹𝗮𝘅𝘆 𝗔𝟭𝟳 𝟱𝗚 (5,890 บาท) ตีบวกชิป 𝗗𝗶𝗺𝗲𝗻𝘀𝗶𝘁𝘆 𝟲𝟯𝟬𝟬 + แรม 8GB อัปเดตยาว ใช้ยาวได้เลย

Galaxy A56 5G

รุ่น Mid-Tier มีให้ใช้งานครบ Galaxy A56 ทั้งกล้องเด่น ถ่ายวิดีโอ 4K บอดี้โลหะ แรงขึ้น ร้อนน้อยลง  หน้าจอ 𝟲.𝟳” 𝘀𝗔𝗠𝗢𝗟𝗘𝗗 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇, 𝗘𝘅𝘆𝗻𝗼𝘀 𝟭𝟱𝟴𝟬 + แรม 12/256GB, กล้อง 𝟱𝟬𝗠𝗣 𝗦𝗼𝗻𝘆 𝗜𝗠𝗫𝟵𝟬𝟲 ถ่าย 𝟰𝗞 𝗩𝗶𝗱𝗲𝗼 บอดี้โลหะกันน้ำ 𝗜𝗣𝟲𝟳 ราคาประมาณ 11,xxx บาท ทำโปรส่งท้ายก่อนรุ่นใหม่มาแทน !

Galaxy S25 FE

หลักๆ คือหน้าจอ 𝟲.𝟳” 𝗗𝘆𝗻𝗮𝗺𝗶𝗰 𝗔𝗠𝗢𝗟𝗘𝗗 𝟮𝗫 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇 เกรดเดียวกับ S25 ลดแสงสะท้อน, ชิป 𝗘𝘅𝘆𝗻𝗼𝘀 𝟮𝟰𝟬𝟬 (ตัวเดียวกับ S24), กล้องหลัก 𝟱𝟬+𝟴+𝟭𝟮𝗠𝗣 ครบทุกระยะ เซ็ตเดียวกับตัวเก่าเช่นกัน ชาร์จไว 45W ฯลฯ บอดี้โลหะ กันน้ำ IP68 รองรับ 𝗚𝗮𝗹𝗮𝘅𝘆 𝗔𝗜 ครบครัน อัปเดตยาว 4 เวอร์ชั่น ข้อดีของ Samsung คือ Software อัปเดตสม่ำเสมอนี่แหละ

Galaxy S26

รุ่นเริ่มต้นของ Flagship Samsung ปีนี้ มากับจอใหญ่ขึ้น 𝟲.𝟯” 𝗔𝗠𝗢𝗟𝗘𝗗 𝗙𝗛𝗗+ 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇 เทียบกับ 6.2 นิ้ว รุ่นก่อน, ชิป 𝗘𝘅𝘆𝗻𝗼𝘀 𝟮𝟲𝟬𝟬 อัปเกรดมาชน Dimensity 9500 เลย + แรม 12GB กล้องหลัก 𝟱𝟬+𝟭𝟮+𝟭𝟬𝗠𝗣 เหมือนเดิม เพิ่มแบตเป็น 4300 mAh ด้าน Software รันบน 𝗔𝗻𝗱𝗿𝗼𝗶𝗱 𝟭𝟲 (OneUI 8.5) พร้อม 𝗚𝗮𝗹𝗮𝘅𝘆 𝗔𝗜 อะไรใหม่ๆ ที่ Ultra มี รุ่นนี้ก็มีครบเหมือนกัน อัปเดตยาว 7 ปี 

Galaxy S26 Ultra

รุ่น Top มาพร้อมจอ Dynamic AMOLED แบบใหม่ ฟีเจอร์ Privacy Screen (กันเผือก), ชิป Snapdragon 8 Elite Gen 5 แรมสูงสุด 16GB, กล้องหลัก 200MP อัปเกรดรูรับแสงกว้างขึ้น เช่นเดียวกับกล้องซูม ชาร์จไวขึ้น มีให้เลือก 4+2 สีสัน ความจุสูงสุดถึง 1TB จุใจมาก พบกับโปรโมชั่นพิเศษใน TME2026 สำหรับคนไม่ได้จองล่วงหน้า 

𝗚𝗮𝗹𝗮𝘅𝘆 𝗧𝗮𝗯 𝗦𝟭𝟬 𝗟𝗶𝘁𝗲 

เอา Tab S9 FE มาปรับนิดหน่อย บอดี้โลหะ รุ่นใส่ซิมมีแถบเสาอากาศด้านข้าง หน้าจอธรรมดา (PLS LCD) มืดไปนิด ขนาดเร่งแสงสุดในช้อป รองรับ 𝗦-𝗣𝗲𝗻 ไม่ต้องชาร์จปากกา ยังเป็นจุดขายดีสุดตอนนี้ พร้อม Galaxy AI ชิป 𝗘𝘅𝘆𝗻𝗼𝘀 𝟭𝟯𝟴𝟬 บนแท็บเล็ตไม่มีปัญหา เน้นใช้ทั่วไป รันบน Android 15 (OneUI 7) อัปเดตอย่างน้อย 2-3 เวอร์ชั่น แบต  𝟴𝟬𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 ชาร์จ 25W ข้อดีของ Samsung คือขายทั้งรุ่น WiFi กับ 5G+WiFi ครับ

Galaxy Tab S11 Ultra

เน้นขายสาย Productivity ทำงานบนจอขนาดมหึมา 𝟭𝟰.𝟲” 𝗗𝘆𝗻𝗮𝗺𝗶𝗰 𝗔𝗠𝗢𝗟𝗘𝗗 𝟮𝗫 รองรับ S-Pen ที่เราคุ้นเคย, ชิประดับเรือธง 𝗗𝗶𝗺𝗲𝗻𝘀𝗶𝘁𝘆 𝟵𝟰𝟬𝟬+ แรม 12GB แถมเป็นรุ่นแรกรันบน 𝗢𝗻𝗲𝗨𝗜 8.0 (Android 16) ด้วย รองรับ 𝗚𝗮𝗹𝗮𝘅𝘆 𝗔𝗜 ออกแบบใช้งานบน Tablet โดยเฉพาะ บอดี้บางเพียง 5.2 มิลลิเมตร แบตเตอรี่ 𝟭𝟭𝟲𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 + ชาร์จเร็ว 𝟰𝟱𝗪 เชื่อต่อ 𝗨𝗦𝗕-𝗖 𝟯.𝟮 ต่อสายออกจอใหญ่ได้ พร้อมใช้งาน 𝗦𝗮𝗺𝘀𝘂𝗻𝗴 𝗗𝗘𝗫 ในตัวเป็น PC Mode 

และ’รองรับ 5G’ ใส่ซิมเล่นเน็ต โทรได้ ดูหนัง ต่อคีย์บอร์ดทำงานนอกบ้านได้เลย

Galaxy Z Flip7

ฝาพับใหม่ Samsung ปีนี้ผมชอบ Flip เป็นพิเศษ ตีบวกจาก Flip6 หลายอย่าง เช่น หน้าจอ 𝗖𝗼𝘃𝗲𝗿 𝗦𝗰𝗿𝗲𝗲𝗻 𝟰.𝟭” เต็มขอบสุด + หน้าจอหลัก 6.9 นิ้ว (ใหญ่ขึ้น) กระจก UTG ใหม่ รอยน้อยลง พร้อมชิป 𝗘𝘅𝘆𝗻𝗼𝘀 𝟮𝟱𝟬𝟬 + แรม 𝟭𝟮𝗚𝗕 และแบต 𝟰𝟯𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 ฯลฯ กล้องเป็นตัวเดิม (50+12MP) ปรับโทนภาพ ประมวลผลภาพดีขึ้น ถ่าย 4K 60fps บอดี้โลหะ กันน้ำ IP48 บางแต่ทนทานใช้ได้

Galaxy Z Fold7

ฝาพับรุ่น Top เปิดตัวล่าสุดจาก Samsung รอบนี้ทำบอดี้บางแค่ 8.9 มิล น้ำหนัก 215 กรัม จอใหญ่ขึ้นอีกต่างหาก 6.5/8 นิ้ว ชิป Snapdragon 8 Elite พร้อมลูกเล่น AI จัดเต็ม อัปเดตยาวนาน เสียดายไม่รองรับ S-Pen แล้ว

OPPO 

OPPO A6x

มือถือรุ่นใหม่ จัดเต็มจอ 𝗜𝗣𝗦 𝗛𝗗+ 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇 ชิป 𝗦𝗻𝗮𝗽𝗱𝗿𝗮𝗴𝗼𝗻 𝟲𝟴𝟱 ความจุสูงสุด 128GB เพิ่ม MicroSD ได้ รันบน Android 15 รองรับธนาคาร คนละครึ่ง พร้อมแบต 𝟲𝟱𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 ชาร์จ USB-C และกันน้ำ 𝗜𝗣𝟲𝟰 ใช้งานทั่วไปเหลือๆ งบ 3,000 บาท+-

OPPO A6 5G

มากับจอ 𝗜𝗣𝗦 𝗛𝗗+ 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇, ชิป 𝗗𝗶𝗺𝗲𝗻𝘀𝗶𝘁𝘆 𝟲𝟯𝟬𝟬 ใช้งานทั่วไปสบาย, 𝗔𝗻𝗱𝗿𝗼𝗶𝗱 𝟭𝟱 บน ColorOS ลูกเล่นครยมี AI ด้วย จัดเต็มแบต 𝟳𝟬𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 ชาร์จ 45W, กันน้ำ IP69, แรม 6+128GB ค่าตัว 6,xxx บาท ถือว่าราคาดีมากกับสเปกนี้

OPPO A6 Pro 5G

ตีบวกจากรุ่นก่อนหน้าเล็กน้อย หน้าจอ 𝟲.𝟱𝟳” 𝗔𝗠𝗢𝗟𝗘𝗗 𝗙𝗛𝗗+ 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇 สว่าง ขนาดจับถือมือเดียวสบายมือ, ชิป 𝗗𝗶𝗺𝗲𝗻𝘀𝗶𝘁𝘆 𝟲𝟯𝟬𝟬 𝟱𝗚 แรมสูงสุด 12GB, กล้องหลัก 𝟱𝟬𝗠𝗣 รันบน Android 15 ฯลฯ แบตอึดกว่าเดิม 𝟲𝟱𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 + ชาร์จเร็ว 𝟴𝟬𝗪 พร้อมทนน้ำทนฝุ่น 𝗜𝗣𝟲𝟴/𝟲𝟵 ลำโพงคู่ ครบทุกลูกเล่นพื้นฐาน

𝗢𝗣𝗣𝗢 𝗥𝗲𝗻𝗼𝟭𝟱 𝗙

รุ่นเริ่มต้นของ Reno15 Series มากับหน้าจอ 𝟲.𝟱𝟳” 𝗔𝗠𝗢𝗟𝗘𝗗 𝗙𝗛𝗗+ 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇 สว่าง ขนาดจับถือมือเดียวสบายมือ, ชิป Snapdragon 6 Gen 1 แรมสูงสุด 12GB, กล้องหลัก 𝟱𝟬𝗠𝗣 รันบน Android 15 ฯลฯ แบตอึดกว่าเดิม 7000 mAh + ชาร์จเร็ว 𝟴𝟬𝗪 พร้อมทนน้ำทนฝุ่น 𝗜𝗣𝟲𝟴/𝟲𝟵 ได้ลูกเล่นหลายอย่างจาก Reno15 รุ่นปกติ

𝗢𝗣𝗣𝗢 𝗥𝗲𝗻𝗼𝟭𝟱 

เป็นรุ่นชูโรง สเปกอัปเกรดจาก Reno14 เล็กน้อย หน้าจอ 𝟲.𝟱𝟵” 𝗔𝗠𝗢𝗟𝗘𝗗 𝟭.𝟱𝗞 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇, ชิป 𝗦𝗻𝗮𝗽𝗱𝗿𝗮𝗴𝗼𝗻 𝟳 𝗚𝗲𝗻 𝟰 แรม 12GB, แบต 𝟲𝟱𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 + ชาร์จ 𝟴𝟬𝗪 และกันน้ำ 𝗜𝗣𝟲𝟴 ราคาหมื่นกลางๆ น่าสนใจเหมือน มีกล้องซูมเหมือนเดิม ลูกเล่น AI เยอะมาก แต่งรูป ใส่ Filter ทำคลิปสั้นได้หมด

และรุ่น Pro, Pro Max ตีบวกกล้องหลัก 𝟮𝟬𝟬𝗠𝗣 𝗜𝗦𝗢𝗖𝗘𝗟𝗟 𝗛𝗣𝟱 และอัปเกรดกล้องหน้า 50MP Ultra-Wide AF สเปกความจุเพิ่มขึ้น ราคาประมาณหมื่นปลายๆ ไปจบที่ 2 หมื่นครับ

𝗢𝗣𝗣𝗢 𝗣𝗮𝗱 𝟱 

มีทั้งรุ่นจอด้าน รองรับ 5G ใส่ซิมได้ ฟรีปากกา กับรุ่นธรรมดา แล้วแต่ชอบ แต่รุ่นจอด้านคุ้มกว่า สเปกถือว่าใช้ได้ เด่นหน้าจอ 𝟭𝟮.𝟭” 𝗜𝗣𝗦 𝟮.𝟴𝗞 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇 ชนิด Matte Display รองรับ 𝗢𝗣𝗣𝗢 𝗣𝗲𝗻𝗰𝗶𝗹 𝟮𝗥 เขียนจอดีมาก (ปากกาแถมฟรี), ชิป 𝗗𝗶𝗺𝗲𝗻𝘀𝗶𝘁𝘆 𝟳𝟯𝟬𝟬 𝗨𝗹𝘁𝗿𝗮  แรม 𝟴+𝟮𝟱𝟲𝗚𝗕 รันบน Android 16 มีฟีเจอร์ AI นิดหน่อย ลำโพง 4 ตัว พร้อมแบต 𝟭𝟬𝟬𝟱𝟬 𝗺𝗔𝗵 ชาร์จไว 𝟯𝟯𝗪 ฯลฯ

𝗢𝗣𝗣𝗢 𝗙𝗶𝗻𝗱 𝗫𝟵 𝗣𝗿𝗼

เรือธงโดดเด่นของ OPPO เด่นตรงหน้าจอ 𝟲.𝟳𝟴” 𝗔𝗠𝗢𝗟𝗘𝗗 𝟭.𝟱𝗞 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇 จอเต็มขอบมาก ชิปเรือธง 𝗗𝗶𝗺𝗲𝗻𝘀𝗶𝘁𝘆 𝟵𝟱𝟬𝟬 แรม 𝟭𝟲+𝟱𝟭𝟮𝗚𝗕 พร้อมแบต 𝟳𝟱𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 + ชาร์จ 𝟴𝟬𝗪 พ่วงไร้สายอีก 𝟱𝟬𝗪 เยอะสุดบนเรือธงปีนี้

กล้องหลัก 𝟱𝟬𝗠𝗣 𝗦𝗼𝗻𝘆 𝗟𝗬𝗧-𝟴𝟮𝟴, 𝗨𝗹𝘁𝗿𝗮-𝗪𝗶𝗱𝗲, 𝟮𝟬𝟬𝗠𝗣 𝗣𝗲𝗿𝗶𝗼𝘀𝗰𝗼𝗽𝗲 (ISOCELL HP5) จูนโดย Hasselblad อัปเกรดเยอะ เทียบกับ Find X8 Pro โทนจะมาแนว Natural แต่จูนเพิ่มได้แหละถ้าชอบสดๆ ออฟชั่นบ้องซูม Telecoverter เลือกซื้อเพิ่ม 

Vivo

Vivo Y05 

สเปกใช้งานครบเครื่อง หน้าจอ 𝗜𝗣𝗦 𝗛𝗗+ 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇 สว่างเป็นพิเศษ, ชิป 𝗨𝗻𝗶𝘀𝗼𝗰 𝗧𝟳𝟮𝟮𝟱 ความจ 128GB, ทนน้ำทนฝุ่น 𝗜𝗣𝟲𝟱 ฯลฯ พร้อมแบตเตอรี่ 𝟲𝟱𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 รันบน 𝗔𝗻𝗱𝗿𝗼𝗶𝗱 𝟭𝟲 (𝗢𝗿𝗶𝗴𝗶𝗻𝗢𝗦 𝟲) ใช้งานทุกแอปฯ ธนาคาร เป๋าตัง โซเชียล อัปเดต 4 ปี งบ 3 พันกว่าบาท

Vivo Y21D

ครั้งแรกของ vivo นำแบตเตอรี่ BlueVolt ความจุ 𝟲𝟱𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 + ชาร์จเร็ว 𝟰𝟰𝗪 แบบเดียวกับ Flagship มาใช้งานในรุ่นราคาไม่แพงครับ ทนทานความเย็นจัด ร้อนจัด และอึดกว่าปกติ สเปกอื่นเน้นใช้ทั่วไป หน้าจอ 𝟲.𝟲𝟴” 𝗜𝗣𝗦 𝗛𝗗+ 𝟵𝟬𝗛𝘇, ชิป 𝗨𝗻𝗶𝘀𝗼𝗰 𝗧𝟲𝟭𝟮 ความจุสูงสุด 𝟮𝟱𝟲𝗚𝗕 รันบน Android 15 รองรับแอปฯ ธนาคาร เป๋าตัง ทางรัฐ โซเชียล เล่นเกมได้ ทนน้ำทนฝุ่น 𝗜𝗣𝟲𝟴/𝗜𝗣𝟲𝟵 ด้วย

Vivo Y31 5G

เน้นใช้สอยทั่วไป สเปกไม่หวือหวาครับ หน้าจอ 𝟲.𝟲𝟴” 𝗜𝗣𝗦 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇, ชิป 𝗦𝗻𝗮𝗽𝗱𝗿𝗮𝗴𝗼𝗻 𝟰 𝗚𝗲𝗻 𝟮 รองรับ 5G + แรม 𝟴𝗚𝗕 รันบน Android 15 คาดว่าได้ OriginOS 6 ปีหน้า อัปเดตความปลอดภัย 6 ปี ลงแอปฯ ธนาคาร วิ่งงาน โซเชียลไม่มีปัญหา ทนน้ำทนฝุ่น 𝗜𝗣𝟲𝟴 & 𝗜𝗣𝟲𝟵 เปียกได้สบายๆ พร้อมแบตเตอรี่ 𝟲𝟱𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 ชาร์จเร็ว 𝟰𝟰𝗪 และลำโพงคู่สเตอริโอ

iQOO Z10 5G

จอใหญ่ 𝗔𝗠𝗢𝗟𝗘𝗗 𝗙𝗛𝗗+ 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇, ชิป 𝗦𝗻𝗮𝗽𝗱𝗿𝗮𝗴𝗼𝗻 𝟳𝗦 𝗚𝗲𝗻 𝟯 เทียบ Dimensity 7400, Snapdragon 6 Gen 4 เล่นเกมปรับกลางๆ สบาย + แรม 8GB, กล้องหลัก 50MP OIS (𝗦𝗼𝗻𝘆 𝗜𝗠𝗫𝟴𝟴𝟮), กันน้ำ IP65 ฯลฯ แบต 7300 mAh ชาร์จไว อัปเดต Android 3 เวอร์ชั่น + ความปลอดภัย 4 ปี ฯลฯ ตอบโจทย์ใช้งานจริงๆ เอาไปวิ่งไรเดอร์ก็ดี

Vivo V60 Lite 5G

อัปเกรดจาก V50 Lite ทั้ง Design กับ Performance มากับจอใหม่ 𝟲.𝟳𝟳” 𝗔𝗠𝗢𝗟𝗘𝗗 𝗙𝗛𝗗+ 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇 ขนาดเท่าเดิม แต่แสดงผลดีขึ้น, ชิป 𝗗𝗶𝗺𝗲𝗻𝘀𝗶𝘁𝘆 𝟳𝟯𝟲𝟬 𝗧𝘂𝗿𝗯𝗼 แรงกว่า 7300 เล็กน้อย เล่นเกมสบาย, เมมโมรี 𝗨𝗙𝗦 𝟯.𝟭 พร้อมกล้อง 𝟱𝟬𝗠𝗣 (𝗦𝗼𝗻𝘆 𝗜𝗠𝗫𝟴𝟴𝟮) + ไฟ Aura Light แบตอึด’ ความจุ 𝟲𝟱𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 + 𝟵𝟬𝗪 ทนน้ำทนฝุ่น 𝗜𝗣𝟲𝟱

Vivo V70

มากับจอ 𝟲.𝟱𝟵” 𝗔𝗠𝗢𝗟𝗘𝗗 𝟭.𝟱𝗞 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇 เรียบสนิทไม่โค้ง ชิป 𝗦𝗻𝗮𝗽𝗱𝗿𝗮𝗴𝗼𝗻 𝟳 𝗚𝗲𝗻 𝟰 แรมสูงสุด 12GB รันบน OriginOS 6 (Android 16) ลื่นนน อัปเดตอย่างน้อย 4 เวอร์ชั่น ครั้งแรกที่ใส่เมมโมรี 𝗨𝗙𝗦 𝟰.𝟭 เทียบเท่าเรือธง !

กล้องหลัก 𝟱𝟬+𝟱𝟬+𝟴𝗠𝗣 เซ็ตเดิมจาก V60 ซูม 𝗣𝗲𝗿𝗶𝗼𝘀𝗰𝗼𝗽𝗲 𝟯𝗫 กล้องหน้า 50MP+AF เช่นเคย พร้อมโทนภาพ ลูกเล่นจาก 𝗭𝗘𝗜𝗦𝗦 ที่เราคุ้นเคยกันดี แบตอึด 𝟲𝟱𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 + ชาร์จ 𝟵𝟬𝗪 บอดี้โลหะ กันน้ำ IP69 มีทุกอย่างให้ใช้ครับ

𝗶𝗤𝗢𝗢 𝗡𝗲𝗼 𝟭𝟬

เกมมิ่งโฟนตัวแรง 𝗦𝗻𝗮𝗽𝗱𝗿𝗮𝗴𝗼𝗻 𝟴𝗦 𝗚𝗲𝗻 𝟰 คะแนน AnTuTu 2 ล้าน เล่นเกม ใช้งานทั่วไปเหลือเฟือ, จอ 𝗔𝗠𝗢𝗟𝗘𝗗 𝟭.𝟱𝗞 𝟭𝟰𝟰𝗛𝘇, กล้องหลัก 50MP 𝗦𝗼𝗻𝘆 𝗜𝗠𝗫𝟴𝟴𝟮 𝗢𝗜𝗦 พร้อมแบต 7000 mAh ชาร์จ 120W ความจุสูงสุด 512GB โค้งสุดท้ายคุ้มค่าสุด ไม่เกิน 15,000 บาท !

iQOO 15

จุใจสายเกมทั้ง หน้าจอ 𝟲.𝟴𝟱” 𝗔𝗠𝗢𝗟𝗘𝗗 𝟮𝗞 𝟭𝟰𝟰𝗛𝘇 สว่างสูงสุด 𝟲𝟬𝟬𝟬 𝗻𝗶𝘁𝘀 ขอบจอเรียบสนิท ชิป 𝗦𝗻𝗮𝗽𝗱𝗿𝗮𝗴𝗼𝗻 𝟴 𝗘𝗹𝗶𝘁𝗲 𝟱 + 𝗶𝗤𝗢𝗢 𝗤𝟯 เพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกม มาพร้อม 𝗢𝗿𝗶𝗴𝗶𝗻𝗢𝗦 𝟲 อัปเดตยาวถึง 5 เวอร์ชั่น + ความปลอดภัย 7 ปี กล้องหลัก 𝟱𝟬+𝟱𝟬+𝟱𝟬𝗠𝗣 นำกล้องซูม 𝗦𝗼𝗻𝘆 𝗜𝗠𝗫𝟴𝟴𝟮 (3X) ฟีเจอร์กล้องเทียบ vivo X300 สบาย แค่ไม่มีธงฟ้าพร้อมแบต 𝟳𝟬𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 + ชาร์จ 𝟭𝟬𝟬𝗪 วงกล้องมีไฟ Effect

𝘃𝗶𝘃𝗼 𝗫𝟯𝟬𝟬 𝗣𝗿𝗼

จุดขายหลักคือเซ็นเซอร์ใหญ่ (1/1.28″) ระยะเหมาะสม 24mm  กล้องซูม 𝟮𝟬𝟬𝗠𝗣 𝗜𝗦𝗢𝗖𝗘𝗟𝗟 𝗛𝗣𝗕 ดีที่สุดในตลาด ทั้งขนาดเซ็นเซอร์ (1/1.4″) คุณภาพชิ้นเลนส์ กันสั่น ทำระยะถึง 15-20x สบายเลย (ถ้าแสงพอ) โดยไม่ต้องใช้บ้องช่วย ประสิทธิภาพระดับ Flagship ชิป 𝗗𝗶𝗺𝗲𝗻𝘀𝗶𝘁𝘆 𝟵𝟱𝟬𝟬 รุ่นขายไทย แรม 16+512GB เหลือกินสำหรับใช้ทั่วไป บอดี้ งานประกอบ ทนน้ำทนฝุ่น มาตรฐานเรือธงทั้งหมด ราคาในงานนี้น่าจะโอเค

Xiaomi

Redmi 15C

มือถือสเปกครบ หาซื้อง่าย หน้าจอใหญ่ 𝟲.𝟵” 𝗛𝗗+ 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇 แสดงผลเต็มตา, ชิป 𝗛𝗲𝗹𝗶𝗼 𝗚𝟴𝟭 𝗨𝗹𝘁𝗿𝗮 + ความจุสูงสุด 256GB, รันบน Android 15 (HyperOS 2) อัปเดตนาน 4 ปี รองรับทุกแอปฯ พื้นฐาน ขาดไม่ได้ตอนนี้ แบตเตอรี่ 𝟲𝟬𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 + ชาร์จเร็ว 𝟯𝟯𝗪 พร้อมกันน้ำ 𝗜𝗣𝟲𝟰 เปียกได้ เน้นใช้งานทั่วไป ราคางบ 3 พันบาท

Redmi 15 5G

มือถือ 5G จอใหญ่ แบตอึด ที่หลายคนอยากได้ มากับจอ 𝟲.𝟵” 𝗜𝗣𝗦 𝗙𝗛𝗗+ 𝟭𝟰𝟰𝗛𝘇, ชิป 𝗦𝗻𝗮𝗽𝗱𝗿𝗮𝗴𝗼𝗻 𝟲𝗦 𝗚𝗲𝗻 𝟯 + แรม 8GB ใช้งานลื่นๆ ความจุ 256GB (UFS 2.2), กล้องหลัก 𝟱𝟬𝗠𝗣 รันบน Android 15 อัปเดต 3 เวอร์ชั่น 4 ปี แบตเตอรี่ 𝟳𝟬𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 𝗦𝗶/𝗖 + ชาร์จเร็ว 𝟯𝟯𝗪 พร้อม 𝗜𝗣𝟲𝟰 ใช้วิ่งไรเดอร์ได้เลย

Redmi Note 15

มากับ 𝟲.𝟳𝟳” 𝗔𝗠𝗢𝗟𝗘𝗗 𝗙𝗛𝗗+ 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇 จอโค้ง, ชิป 𝗦𝗻𝗮𝗽𝗱𝗿𝗮𝗴𝗼𝗻 𝟲 𝗚𝗲𝗻 𝟯 แรงประมาณ Dimensity 7300 ความจุสูงสุด 256GB พร้อมกล้อง 108MP OIS + Ultra-Wide แบตเตอรี่ 5520 𝗺𝗔𝗵 + ชาร์จเร็ว 𝟰𝟱𝗪 และกันน้ำ IP66 ลำโพงคู่อะไรมีครบเหมือนเดิม

ส่วนรุ่น 4G ลดสเปกใช้ชิป Helio G100 Ultra, กล้อง 108MP ธรรมดา แต่เพิ่มแบตเตอรี่เป็น 6000 mAh ราคาถูกลงหน่อยนึง ประมาณ 6,xxx บาท

𝗥𝗲𝗱𝗺𝗶 𝗡𝗼𝘁𝗲 𝟭𝟱 𝗣𝗿𝗼 / Pro+ 𝟱𝗚

หน้าจอขนาด 𝟲.𝟴𝟯” 𝗔𝗠𝗢𝗟𝗘𝗗 𝟭.𝟱𝗞 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇, ชิป 𝗦𝗻𝗮𝗽𝗱𝗿𝗮𝗴𝗼𝗻 𝟳𝗦 𝗚𝗲𝗻 𝟰 + แรมสูงสุด 12GB ความจุสูงสุด 512GB, กล้องหลัก 𝟮𝟬𝟬𝗠𝗣 𝗜𝗦𝗢𝗖𝗘𝗟𝗟 𝗛𝗣𝗘 ดีกว่ารุ่นก่อน + Ultra-Wide พร้อมแบต 𝟲𝟱𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 + ชาร์จเร็ว 𝟭𝟬𝟬𝗪 และกันน้ำ 𝗜𝗣𝟲𝟴/𝟲𝟵 เทียบกับ Redmi Note 14 Pro+ อัปเกรดทั้งจอ แบต กล้อง ชิปประมวลผลแรงขึ้น 20%

สำหรับ 𝗥𝗲𝗱𝗺𝗶 𝗡𝗼𝘁𝗲 𝟭𝟱 𝗣𝗿𝗼 โดยรวมเหมือน Pro+ ลดสเปกใช้ 𝗗𝗶𝗺𝗲𝗻𝘀𝗶𝘁𝘆 𝟳𝟰𝟬𝟬 𝗨𝗹𝘁𝗿𝗮 + แรม 8GB ความจุ 256GB, แบตเตอรี่ 𝟲𝟱𝟴𝟬 𝗺𝗔𝗵 + ชาร์จ 𝟰𝟱𝗪 คุณสมบัติกันน้ำเหมือนกัน 𝗜𝗣𝟲𝟴/𝟲𝟵𝗞 ราคาไม่ถึง 10,000 บาทเท่านั้น

Xiaomi 15T

ตีบวกความพรีเมียม หน้าจอใหญ่ 𝟲.𝟴𝟯” 𝗔𝗠𝗢𝗟𝗘𝗗 𝟭.𝟱𝗞 𝟭𝟰𝟰𝗛𝘇 ตัวเดียวกับรุ่น Pro แสดงผลเต็มตาสุดๆ ชิป 𝗗𝗶𝗺𝗲𝗻𝘀𝗶𝘁𝘆 𝟴𝟰𝟬𝟬 𝗠𝗮𝘅 + แรม 12GB เล่นเกมสบาย รันบน Android 15 อัปเดตยาว 6 ปี ลำโพงคู่ บอดี้โลหะ กันน้ำ IP68 ฯลฯ กล้องหลัก 𝟱𝟬+𝟱𝟬+𝟭𝟮𝗠𝗣 ครบทั้งกล้องซูม 2X, Ultra-Wide ฟีเจอร์จาก 𝗟𝗘𝗜𝗖𝗔 มาครบ โทนสี Portrait แบตเตอรี่ 𝟱𝟱𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 + ชาร์จไว 67W

Xiaomi 15T Pro

จัดเต็มสเปก 𝗗𝗶𝗺𝗲𝗻𝘀𝗶𝘁𝘆 𝟵𝟰𝟬𝟬+ จอ AMOLED 1.5K 144Hz กล้องดีกว่ามาก (50+50+12MP) ตัวหลักนำ 𝗟𝗶𝗴𝗵𝘁 𝗛𝘂𝗻𝘁𝗲𝗿 𝟵𝟬𝟬 และ Perioscope 5X ใช้ 𝗜𝗦𝗢𝗖𝗘𝗟𝗟 𝗝𝗡𝟱 (50MP) เอาของ Xiaomi 15 Pro มาใส่ พร้อมระบบ 𝗟𝗘𝗜𝗖𝗔 𝗖𝗮𝗺𝗲𝗿𝗮 มาทั้ง Hardware + Software บอดี้โลหะ กันน้ำ IP68 ค่อนข้างบางเบาทีเดียว (7.96 มิลลิเมตร) ชาร์จ 90W + ไร้สาย 50W พร้อมความจุ 512GB

Xiaomi 17

รุ่นเริ่มต้นที่สเปกไม่เริ่มต้นละครับ เรือธงเลยล่ะ ชิป Snapdragon 8 Elite Gen 5, หน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว AMOLED FHD+ 120Hz จับถือเข้ามือ พาเนลกระจกเรียบสนิท, กล้อง LEICA 50+50+50MP ครบทุกระยะ ถ่าย 4K 60fps พร้อมแบต 6330 mAh ชาร์จไว 100W และกันน้ำ IP68/IP69 ค่าตัวเริ่มต้นไม่ถึง 30,000 บาท

Xiaomi 17 Ultra

เรือธงกล้อง LEICA ตีบวกขึ้นอีกขั้น จัดเต็มเซ็นเซอร์ 1 นิ้ว (Light Hunter 1050L) พ่วง Perioscope 200 ล้านพิกเซล (3.2-4.3x) ซูมหลากระยะ ลูกเล่น ฟิลเตอร์ โทนภาพ LEICA มาเต็ม พร้อมโหมด Pro ใช้ถ่ายงานได้เลย หน้าจอ AMOLED FHD+ 120Hz, สเปก Snapdragon 8 Elite Gen 5 ความจุสูงสุด 1TB, แบต 6000 mAh + ชาร์จ 100W ฯลฯ เริ่มต้น 44,990 บาท (16+512GB) มีให้เลือก 3 สีสัน

Redmi Pad 2 Pro 5G

แท็บเล็ตจอ 𝟭𝟮.𝟭” 𝗜𝗣𝗦 𝟮.𝟱𝗞 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇 สว่าง คมชัดตาแตก รองรับ 𝗥𝗲𝗱𝗺𝗶 𝗦𝗺𝗮𝗿𝘁 𝗣𝗲𝗻 เขียนจอได้, ชิป 𝗦𝗻𝗮𝗽𝗱𝗿𝗮𝗴𝗼𝗻 𝟳𝗦 𝗚𝗲𝗻 𝟰 + แรม 8GB คะแนน AnTuTu แตะล้าน ลำโพง 4 ตัว ใช้งานสบายๆ ใส่ซิมรองรับ 5G ทุกเครือข่าย แถมใช้ 𝗲𝗦𝗜𝗠 จัดเต็มแบตอึด 𝟭𝟮𝟬𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 + ชาร์จเร็ว 𝟯𝟯𝗪 นอกจากเขียนจอได้ มี 𝗞𝗲𝘆𝗯𝗼𝗮𝗿𝗱 ต่อทำงานนอกบ้านได้ (แถมคีย์บอร์ดฟรี , ปากกาซื้อเอง)  ทั้งหมดจบ 12,xxx บาท

Xiaomi Pad 8 / Pad 8 Pro

ที่สุดของแท็บเล็ต Android งบหมื่นต้น หน้าจอ 𝗜𝗣𝗦 𝟯𝗞 𝟭𝟰𝟰𝗛𝘇 รองรับปากกา (Xiaomi Smart Pen), ชิป 𝗦𝗻𝗮𝗽𝗱𝗿𝗮𝗴𝗼𝗻 𝟴𝗦 𝗚𝗲𝗻 𝟰 เล่นเกมสบาย + ความจุสูงสุด 256GB, ลำโพง Quad-Speaker, แบต 9200 mAh ชาร์จ 45W รันบน 𝗔𝗻𝗱𝗿𝗼𝗶𝗱 𝟭𝟲 (HyperOS 3) ลูกเล่นครบ ทำเป็น External Display จาก Windows, MacBook ได้ ต่อจอใหญ่ได้ทั้ง Wireless + USB-C 3.2 Gen 1 อย่างดี !

โดยรุ่น Pro มากับชิป Snapdragon 8 Elite แรงกว่าเดิม กับออฟชั่นรุ่น Top หน้าจอด้านเรียบสนิท ตัดแสงสะท้อน ความจุ 512GB ปากการุ่น Pro ดีกว่ารุ่นปกติ

HONOR

HONOR X5C Plus

มือถือราคาประหยัด จอใหญ่ลูกเล่นครบ 𝟲.𝟳𝟰” 𝗜𝗣𝗦 𝗛𝗗+ 𝟵𝟬𝗛𝘇, ชิป 𝗛𝗲𝗹𝗶𝗼 𝗚𝟴𝟭, รันบน 𝗔𝗻𝗱𝗿𝗼𝗶𝗱 (15) โดย 𝗛𝗢𝗡𝗢𝗥 𝗫𝟱𝗖 𝗣𝗹𝘂𝘀 กล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล แบต 5260 mAh พอร์ตเชื่อมต่อครบ เน้น Basic Function ราคาไม่ถึง 3 พันบาท

HONOR X7d 4G | 5G

มาพร้อมความถึกทน กันน้ำ 𝗜𝗣𝟲𝟰 ทำตกกระแทกไม่เป็นไร หน้าจอใหญ่ 𝗛𝗗+ 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇 (6.8 นิ้ว), ชิป 𝗦𝗻𝗮𝗽𝗱𝗿𝗮𝗴𝗼𝗻 𝟲𝘀 𝗚𝗲𝗻 𝟯 ฟัดสูสีกับ Redmi เลย แรม 8GB ความจุ 256GB ลำโพงคู่สเตอริโอ รันบน Android 15 แบตเตอรี่จัดเต็ม 𝟲𝟱𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 + ชาร์จเร็ว 𝟯𝟱𝗪 งบ 6 พันเป็นเจ้าของได้ 

ลดสเปกลงมาคือรุ่น 4G ใช้ชิป Snapdragon 685, ความจุ 256GB กล้องหลัก 108 ล้านพิกเซล ถูกกว่าราว 1,000 บาท เลือกซื้อเอาตามความสะดวก แต่แนะนำได้คงให้เอารุ่น 5G คุ้มกว่า

HONOR X9d 5G

รุ่นกลางเด่นทั้งหน้าจอ สเปก แบตโหดมาก ทั้งหน้าจอ 𝟲.𝟳𝟵” 𝗔𝗠𝗢𝗟𝗘𝗗 𝗙𝗛𝗗+ 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇 ไม่โค้งแล้ว, ชิป 𝗦𝗻𝗮𝗽𝗱𝗿𝗮𝗴𝗼𝗻 𝟲 𝗚𝗲𝗻 𝟰 + แรม 12GB ความแรงใช้งานทั่วไปสบาย กล้องหลัก 𝟭𝟬𝟴𝗠𝗣 𝗢𝗜𝗦 ลำโพงคู่ ฯลฯ ขาดไม่ได้ ! แบตเตอรี่ 𝟴𝟯𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 + ชาร์จเร็ว 𝟲𝟲𝗪 พ่วงกันน้ำกันฝุ่น 𝗜𝗣𝟲𝟵𝗞 มาตรฐานสูงสุดบนมือถือ ณ ปัจจุบัน ภายใต้บอดี้บางแค่ 7.76 มิลลิเมตร น้ำหนักไม่ถึง 200 กรัม

HONOR 400

สเปกสมราคา บางแค่ 7.3 มิลลิเมตร หน้าจอ 𝟲.𝟱𝟱” 𝗔𝗠𝗢𝗟𝗘𝗗 (1.5K) 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇 ใช้มือเดียวสบายครับ ชิป 𝗦𝗻𝗮𝗽𝗱𝗿𝗮𝗴𝗼𝗻 𝟳 𝗚𝗲𝗻 𝟯 + แรม 𝟭𝟮𝗚𝗕 ความจุสูงสุด 512GB พร้อมกล้อง 𝟮𝟬𝟬𝗠𝗣 + 𝗨𝗹𝘁𝗿𝗮-𝗪𝗶𝗱𝗲 (ออโต้โฟกัส) กล้องหน้า 𝟱𝟬𝗠𝗣 แถมกันน้ำ IP66 ราคาหมื่นนิดๆ

HONOR 400 Pro

ทำราคาลงมาชนรุ่นกลางๆ สเปกดีกว่า แรงกว่า ชิป 𝗦𝗻𝗮𝗽𝗱𝗿𝗮𝗴𝗼𝗻 𝟴 𝗚𝗲𝗻 𝟯 แรม 12GB + ความจุ 512GB ชาร์จ 100W กันน้ำกันฝุ่น IP68/69 จอสวย 𝗔𝗠𝗢𝗟𝗘𝗗 𝟭.𝟱𝗞 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇 ลำโพงคู่ กล้องหลัก 200+50+12MP กล้องซูม 3X 𝗛𝗮𝗿𝗰𝗼𝘂𝗿𝘁 𝗣𝗼𝗿𝘁𝗿𝗮𝗶𝘁 ถ่าย 4K ครบ ราคาหมื่นปลายๆ ยังคุ้มอยู่เหมือนเดิม โปรโมชั่นน่าจะดีด้วย !

HONOR Magic8 Pro

หน้าจอ 𝟲.𝟳𝟭” 𝗔𝗠𝗢𝗟𝗘𝗗 𝟭.𝟱𝗞 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇 เล็กกว่ารุ่นก่อนเล็กน้อย เหมือนจอโค้งน้อยลงด้วย, ชิป 𝗦𝗻𝗮𝗽𝗱𝗿𝗮𝗴𝗼𝗻 𝟴 𝗘𝗹𝗶𝘁𝗲 𝗚𝗲𝗻 𝟱 + แรม 12GB พ่วงกล้อง 𝟱𝟬+𝟱𝟬+𝟮𝟬𝟬𝗠𝗣 𝟯.𝟳𝗫  𝗙𝟮.𝟲 คุณภาพเทียบเท่าค่ายน้ำเงิน (ระยะเท่ากัน) บอดี้บางลงเห็นได้ชัด ขณะเดียวกันใส่แบตมากขึ้น 𝟳𝟭𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 ชาร์จ 𝟭𝟬𝟬+𝟴𝟬𝗪 (สาย+ไร้สาย) แถมความทนระดับ 𝗜𝗣𝟲𝟵𝗞 งบ 3 หมื่นปลายๆ

HONOR Pad X8a

รุ่นเริ่มต้นของ HONOR มากับจอใหญ่ ระบบ MagicOS ชิป Snapdragon 680 รองรับ 4G ความจุ 128GB บอดี้โลหะ ฟังก์ชั่นครบ คล้ายมือถือจอยักษ์ประมาณนั้น โทรออก เล่นเน็ตสบาย ลำโพง 4 ตัว พร้อมความจุ 128GB ในงบ 4,xxx บาท

HONOR Pad X9a

ตีบวกหน้าจอ (IPS 2.5K 120Hz) คมชัดกว่าเดิม เวลาดู Youtube กับใช้งานแอปฯ รู้สึกว่าคมขึ้น เหมาะกับหน้าจอขนาดใหญ่ รองรับปากกา, สเปก 𝐒𝐧𝐚𝐩𝐝𝐫𝐚𝐠𝐨𝐧 𝟔𝟖𝟓 โอเคกับการใช้งานทั่วไป เล่นเกมนิดหน่อย + แรม 8GB ความจุ 128GB รันบน Android 15 ลูกเล่นใช้งานครบ เทรดหุ้น Canva งานเอกสาร ประชุมออนไลน์ ใส่ซิมใช้งาน 4G+ LTE โทรออก ใช้นำทาง GPS ฯลฯ ไม่ต่างจากมือถือ / ลำโพง Quad-Speaker (ตัวก่อน 6), แบตอึดขึ้นเป็น 8300 mAh ไม่ต้องชาร์จบ่อยๆ

HONOR Pad 10

อัปเกรดจาก HONOR Pad 9 ทั้งหน้าจอ 𝟭𝟮.𝟭” 𝗜𝗣𝗦 𝟮.𝟱𝗞 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇 รองรับ Stylus จดวาด + คีย์บอร์ด ต่อทำงานนอกบ้าน ชิป 𝗦𝗻𝗮𝗽𝗱𝗿𝗮𝗴𝗼𝗻 𝟳 𝗚𝗲𝗻 𝟯 แรม 𝟴+𝟮𝟱𝟲𝗚𝗕 เล่นเกมกลางๆ สบายละรอบนี้ รันบน Android 15 (MagicOS 9) มีฟีเจอร์ AI ครบครับ แบตเตอรี่ 𝟭𝟬𝟭𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 + ชาร์จไว 𝟯𝟱𝗪, ลำโพง 6 ตัว ภายใต้บอดี้หนัก 529 กรัม

มีให้เลือกทั้งโมเดล WiFi และ 5G + WiFi ราคาต่างกัน 2,000 บาท

Realme

Realme Note 80

สเปกเดิมจาก Note 70 ทั้งหมดครับ หน้าจอ 𝟲.𝟳𝟰” 𝗜𝗣𝗦 𝗛𝗗+ 𝟵𝟬𝗛𝘇, ชิป 𝗨𝗻𝗶𝘀𝗼𝗰 𝗧𝟳𝟮𝟱𝟬 เพิ่ม MicroSD ได้ พร้อมแบต 𝟲𝟯𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 กันน้ำกันฝุ่น IP54 และบอดี้ ArmorShell ทนทานใช้ได้ มีลูกเล่น AI นิดหน่อย ความจุ 64GB รันบน Android 15 เน้นใช้งานทั่วไป ราคาประมาณ 3,000 บาท

Realme C85

ตัว Top ของ C Series มากับหน้าจอ 𝟲.𝟴” 𝗜𝗣𝗦 𝗛𝗗+ 𝟭𝟰𝟰𝗛𝘇 ความสว่างสูงสุด 𝟭𝟮𝟬𝟬 𝗻𝗶𝘁𝘀, ชิป 𝗗𝗶𝗺𝗲𝗻𝘀𝗶𝘁𝘆 𝟲𝟯𝟬𝟬 แรม 8GB + ความจุ 128GB กันน้ำกันฝุ่นมาตรฐาน 𝗜𝗣𝟲𝟴/𝟲𝟵, กล้อง 50MP (Sony IMX852) ฯลฯ อึดใช้งานเต็มวัน แบตเตอรี่ 𝟳𝟬𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 + ชาร์จเร็ว 𝟰𝟱𝗪 ภายใต้บอดี้บางประมาณ 8 มิลลิเมตร เหมาะกับสายวิ่งงาน ได้ทั้งความทน แบตเยอะ สเปกตอบสนองใช้งานรวดเร็ว

Realme 15T 5G

ขนาดจับถือง่าย หน้าจอ 𝗔𝗠𝗢𝗟𝗘𝗗 𝗙𝗛𝗗+ 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇 ขนาด 6.57″, ชิป 𝗗𝗶𝗺𝗲𝗻𝘀𝗶𝘁𝘆 𝟲𝟰𝟬𝟬 𝗠𝗮𝘅 แรงพอใช้ ความจุ 256GB, กล้อง Sony IMX882 พร้อมแบต 7000 mAh และกันน้ำกันฝุ่น IP68/69 เหมือนกับ 15 Series ราคาไม่ถึงหมื่นบาท

Realme 15 Pro 

หน้าจอ 𝟲.𝟴” 𝗔𝗠𝗢𝗟𝗘𝗗 𝟭.𝟱𝗞 𝟭𝟰𝟰𝗛𝘇 กระจกเป็น Quad-Curved, ชิป 𝗦𝗻𝗮𝗽𝗱𝗿𝗮𝗴𝗼𝗻 𝟳 𝗚𝗲𝗻 𝟰 ใช้งานสบายเลย แรม 12GB ความจุสูงสุด 512GB

กล้องหลัก 𝟱𝟬𝗠𝗣 (𝗦𝗼𝗻𝘆 𝗜𝗠𝗫𝟴𝟵𝟲) + 𝗨𝗹𝘁𝗿𝗮-𝗪𝗶𝗱𝗲 𝟱𝟬𝗠𝗣 ไม่มีกล้องซูม ส่วนกล้องหน้า 50MP ไม่มี AF ทุกเลนส์ถ่ายวิดีโอ 4K 60fps ได้ทั้งหมด กับใช้ระบบ 𝗛𝘆𝗽𝗲𝗿𝗜𝗺𝗮𝗴𝗲+ ประมวลผลภาพเหมือน GT Series แบตจัดเต็ม 𝟳𝟬𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 + ชาร์จ 𝟴𝟬𝗪 กันน้ำกันฝุ่น IP68/69 บอดี้บาง 7.84 มิล

Infinix

Infinix Smart 10 Plus

คุ้มค่าอีกรุ่นงบไม่ถึง 3 พันบาท ตีบวกแบต 𝟲𝟬𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 + ชาร์จ 𝟭𝟴𝗪 กลายเป็นมาตรฐานไปละ ความจุเพิ่มขึ้น (128GB) เพิ่มเมมได้ กันน้ำ 𝗜𝗣𝟲𝟰 ส่วนอื่นๆ เหมือนกัน เช่น หน้าจอ IPS HD+ 120Hz, ชิป 𝗨𝗻𝗶𝘀𝗼𝗰 𝗧𝟳𝟮𝟱𝟬 พร้อมรันบน Android 15 (XOS) รองรับทุกแอปฯ ธนาคาร ทางรัฐ เป๋าตัง เล่นโซเชียล Youtube, TikTok ใช้งานพื้นฐานครบ

Infinix Hot 60 Pro

บอดี้บางมาก เบามาก จอขอบเรียบ 𝟲.𝟳𝟴” 𝗔𝗠𝗢𝗟𝗘𝗗 𝟭.𝟱𝗞 𝟭𝟰𝟰𝗛𝘇 เร่งสว่างสุดที่ 4500 nits, ลำโพงคู่บนล่าง มีช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร กับปุ่มลัด, ชิป 𝗛𝗲𝗹𝗶𝗼 𝗚𝟮𝟬𝟬 + แรม 8GB ใช้งานทั่วไปสบาย วิ่ง Rider ได้ อัปเดตถึง Android 18 กล้องหลัก 50MP, แบตเตอรี่ 𝟱𝟭𝟲𝟬 𝗺𝗔𝗵 + ชาร์จ 𝟰𝟱𝗪 กันน้ำ IP64

โดยรุ่น Pro+ หน้าจอ 𝗔𝗠𝗢𝗟𝗘𝗗 𝟭.𝟱𝗞 𝟭𝟰𝟰𝗛𝘇, ชิป 𝗛𝗲𝗹𝗶𝗼 𝗚𝟮𝟬𝟬 + แรม 8GB ความจุ 256GB พร้อมลำโพงคู่ JBL กับคุณสมบัติกันน้ำ IP65 ฯลฯ กล้องหลัก 𝗦𝗼𝗻𝘆 𝗜𝗠𝗫𝟴𝟴𝟮 (50MP) แบต 5160 mAh + ชาร์จเร็ว 45W บางแค่ 5.95 มิลลิเมตร !

Infinix GT30 5G

สเปกหลายอย่างเหมือน GT30 Pro ทั้งหน้าจอ 𝟲.𝟳𝟴” 𝗔𝗠𝗢𝗟𝗘𝗗 𝟭.𝟱𝗞 𝟭𝟰𝟰𝗛𝘇, ปุ่ม 𝗦𝗵𝗼𝘂𝗹𝗱𝗲𝗿 𝗧𝗿𝗶𝗴𝗴𝗲𝗿 + 𝗟𝗘𝗗 𝗕𝗮𝗰𝗸𝗹𝗶𝗴𝗵𝘁 ปรับแสงสีได้ (ไฟสว่างมาก), แบตเตอรี่ 𝟱𝟱𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 ชาร์จเร็ว 𝟰𝟱𝗪 ฯลฯ ลำโพงคู่สเตอริโอ ต่างจาก GT30 Pro แค่ชิป 𝗗𝗶𝗺𝗲𝗻𝘀𝗶𝘁𝘆 𝟳𝟰𝟬𝟬 แรม 8+256GB ค่าตัว 8,xxx บาท

Infinix Note 50S 5G

เป็นอีกรุ่นน่าสนใจทีเดียว บางเพียง 7.6 มิลลิเมตร มากับจอ 𝐀𝐌𝐎𝐋𝐄𝐃 𝟏𝟒𝟒𝐇𝐳 (FHD+), ลำโพงคู่ JBL, ชาร์จเร็ว 45W ทนน้ำทนฝุ่น IP64 พร้อมชิป 𝐃𝐢𝐦𝐞𝐧𝐬𝐢𝐭𝐲 𝟕𝟑𝟎𝟎 𝐔𝐥𝐭𝐢𝐦𝐚𝐭𝐞 + แรม 8GB ความจุ 256GB มีฟังก์ชั่น AI ด้วย ตอนนี้ราคาประมาณ 6,xxx บาท

Infinix GT30 Pro

เกมมิ่งโฟน GT Series จาก 𝗜𝗻𝗳𝗶𝗻𝗶𝘅 โดดเด่น Design ใหม่ (𝗖𝘆𝗯𝗲𝗿 𝗠𝗲𝗰𝗵𝗮 𝟮.𝟬) ฝาหลังมีไฟ RGB, หน้าจอ AMOLED 144Hz ขอบเครื่องโค้งมน จับถือง่ายขึ้น พร้อมปุ่ม 𝗟+𝗥 𝗧𝗿𝗶𝗴𝗴𝗲𝗿 เอาใจสาย Shooting โดยเฉพาะ สเปกมากับ 𝗗𝗶𝗺𝗲𝗻𝘀𝗶𝘁𝘆 𝟴𝟯𝟱𝟬 + แรม 12GB ความจุเน้นๆ 512GB ทาง Infinix จับมือกับ 𝗣𝗨𝗕𝗚 ปลดล็อค 120 fps ทำงานร่วมกับ Xboost AI ชาร์จเร็ว 45W + ไร้สาย 30W รองรับ 𝗕𝘆𝗽𝗮𝘀𝘀 𝗖𝗵𝗮𝗿𝗴𝗲 ฯลฯ

Infinix Note 50 Pro+ 5G

ตัว Top จาก Infinix รุ่นนี้อัปเกรดทั้งกล้องหลัก ซูม Perioscope 3X, ชิป Dimensity 8350  + แรม 12GB ความจุ 256GB เล่นเกมสบาย จอ AMOLED 6.78 นิ้ว 144Hz ชาร์จ 100W บอดี้โลหะพรีเมียม จัดว่าเป็นมือถือ All-Rounder ครบคุ้มอีกรุ่นนึงงบหมื่นต้น

TECNO

TECNO Spark 40 5G

มือถือ 5G ราคาย่อมเยาสุดๆ มากับหน้าจอ 𝟲.𝟳𝟱” 𝗜𝗣𝗦 𝗛𝗗+ 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇, ชิป 𝗗𝗶𝗺𝗲𝗻𝘀𝗶𝘁𝘆 𝟲𝟰𝟬𝟬 ใช้งานทั่วไปสบาย เล่นเกมเบาๆ โอเค รันบน Android 15 อัปเดต 4 ปี พร้อมแบตเตอรี่ 𝟲𝟬𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵, กล้อง 50MP และกันน้ำ 𝗜𝗣𝟲𝟰 ฯลฯ มี NFC ใช้งาน Google Wallet แตะจ่ายได้

TECNO Pova 7 5G 

โดดเด่นหน้าจอ 𝟲.𝟳𝟴” 𝗙𝗛𝗗+ 𝟭𝟰𝟰𝗛𝘇 ชิป  𝗗𝗶𝗺𝗲𝗻𝘀𝗶𝘁𝘆 𝟳𝟯𝟬𝟬 𝗨𝗹𝘁𝗶𝗺𝗮𝘁𝗲 รองรับ 5G ทุกค่าย แรม  8+256GB กล้องหลักพอใช้ได้ มีไฟด้านหลัง พร้อมแบต 𝟲𝟬𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 ชาร์จเร็ว 45W มีชาร์จไร้สายด้วย งบ 7,000 +- บาท 

TECNO Pova Slim

ต้องบอกว่าบางจริงๆ มากับหน้าจอ 𝟲.𝟳𝟴” 𝗔𝗠𝗢𝗟𝗘𝗗 𝟭.𝟱𝗞 𝟭𝟰𝟰𝗛𝘇 โค้งขอบเล็กน้อย (คล้าย Infinix Hot 60 Pro+), ชิป 𝗗𝗶𝗺𝗲𝗻𝘀𝗶𝘁𝘆 𝟲𝟰𝟬𝟬 รองรับ 𝟱𝗚 แรม 8GB + ความจุ 256GB, กล้องหลัก 𝟱𝟬𝗠𝗣 พร้อมแบต 𝟱𝟭𝟲𝟬 𝗺𝗔𝗵 และชาร์จเร็ว 𝟰𝟱𝗪 ค่าตัวประมาณ 7,xxx บาท

Nothing

CMF Phone 2 Pro

หน้าจอ 𝗔𝗠𝗢𝗟𝗘𝗗 𝗙𝗛𝗗+ 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇 สว่างสูงสุด 3000 nits, ชิป 𝗗𝗶𝗺𝗲𝗻𝘀𝗶𝘁𝘆 𝟳𝟯𝟬𝟬 𝗣𝗿𝗼 + แรม 8GB ใช้งานทั่วไป เล่นเกมกลางๆ โอเค ความจุสูงสุด 256GB เพิ่มแบตเป็น 5300 mAh + ชาร์จ 33W กล้องหลัก 50MP (Wide, Tele 2X) + Ultra-Wide ไม่มี OIS นะครับ ถ่าย 4K EIS กล้องหน้า 16MP

Nothing Phone 3a Lite

น่าสนใจเลยกับจอ 𝟲.𝟳𝟳” 𝗔𝗠𝗢𝗟𝗘𝗗 𝗙𝗛𝗗+ 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇 ขอบเรียบสนิท ชิป 𝗗𝗶𝗺𝗲𝗻𝘀𝗶𝘁𝘆 𝟳𝟯𝟬𝟬 𝗣𝗿𝗼 แรงสมราคา แรม 𝟴+𝟮𝟱𝟲𝗚𝗕 กล้องหลัก 𝟱𝟬𝗠𝗣 วิดีโอ 4K และแบต 𝟱𝟬𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 บอดี้ดีไซน์โดดเด่น เรียบง่าย แน่นอนว่าอัปเดต Software ยาวๆ ลื่นมาก ราคาไม่ถึง 10,000 บาท

Nothing Phone 3

หน้าจอขนาด 𝟲.𝟲𝟳” 𝗔𝗠𝗢𝗟𝗘𝗗 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇 สว่าง ขอบเรียบ, ชิป 𝗦𝗻𝗮𝗽𝗱𝗿𝗮𝗴𝗼𝗻 𝟴𝗦 𝗚𝗲𝗻 𝟰 เท่ารุ่น Mid-Tier มีให้เลือก 2 รุ่นย่อยคือ 𝟭𝟮+𝟮𝟱𝟲, 𝟭𝟲+𝟱𝟭𝟮 กล้องหลัก 𝟱𝟬𝗠𝗣 𝗧𝗿𝗶𝗽𝗹𝗲 𝗖𝗮𝗺𝗲𝗿𝗮 ซูม 𝗣𝗲𝗿𝗶𝗼𝘀𝗰𝗼𝗽𝗲 𝟯𝗫 สามารถถ่ายคลิป 𝟰𝗞 𝟲𝟬𝗳𝗽𝘀 ทุกเลนส์ โดย 𝗚𝗹𝘆𝗽𝗵 𝗠𝗮𝘁𝗿𝗶𝘅 สามารถปรับแต่งได้ เอาไว้ได้ลองเล่นเต็มๆ ว่าทำอะไรได้อีก แบตแอบน้อยไปหน่อย 

อื่นๆๆๆ

iPhone Air

iPhone บางเบาสุด 5.6 มิลลิเมตร หน้าจอใหญ่ใช้งานสบายตา 6.5 นิ้ว ชิปเดียวกับ 𝗶𝗣𝗵𝗼𝗻𝗲 𝟭𝟳 𝗣𝗿𝗼 กล้องตาเดียว 48MP แบตพอใช้ทั่วไป ช่องทางออนไลน์ลดราคาพักนึงแล้ว หน้าร้าน ในงาน TME2026 น่าจะเห็นราคามหัศจรรย์ครับ รอติดตามได้

𝗶𝗣𝗵𝗼𝗻𝗲 𝟭𝟳 

มาพร้อมจอ OLED 120Hz เกรดแทบไม่ต่างจากรุ่น Pro, อัปเกรดกล้อง Ultra-Wide, แบตเยอะขึ้นเล็กน้อย, ชิป 𝗔𝗽𝗽𝗹𝗲 𝗔𝟭𝟵 ตัดคลิปสั้น ไถฟีด IG TikTok เหลือๆ, ลำโพงคู่ กันน้ำ ครบ พร้อมความจุ 256GB ในรุ่นเริ่มต้น เอาจริงหลายคนเหลือใช้แล้ว ล่าสุดของมาครบทุกสี ไม่ขาดตลาด อยากซื้อมาชมได้เลยในงาน

iPhone 17 Pro | Pro Max

เช่นเดียวกับ iPhone 17 Pro มีให้เลือกทั้งเครื่องเปล่า เครื่องติดแพกเกจ สเปกเรียกว่าแรงไปแล้ว ชิป Apple A19 Pro แรม 12GB, กล้องจัดเต็ม 48+48+48MP ครบทุกระยะใช้งาน ซูมเลนส์ ถ่ายคลิป ฟังก์ชั่นระดับโปร แบตอึดขึ้น ความจุเริ่มต้น 256GB เลย มีให้เลือกทุกสี ทุกรุ่นย่อยใน Thailand Mobile Expo 

𝗻𝘂𝗯𝗶𝗮 𝗩𝟴𝟬 𝗠𝗮𝘅 

เป็นรุ่นต่อจาก V70 Max ขายดีในงบ 2 พันปลายๆ ครับ สเปกโดยรวมไม่ต่างกันมาก หน้าจอ 𝟲.𝟵 𝗜𝗣𝗦 𝗛𝗗+ 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇, ชิป 𝗨𝗻𝗶𝘀𝗼𝗰 𝗧𝟳𝟮𝟱𝟬 อัปเกรดแรม 𝟴𝗚𝗕 + ความจุ 128GB พร้อมกล้อง 𝟱𝟬𝗠𝗣 กับแบตเตอรี่ 𝟲𝟬𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 ชาร์จ 18W กันน้ำ IP64 งบ 3,xxx บาท

𝗻𝘂𝗯𝗶𝗮 𝗩𝟴𝟬 𝗗𝗲𝘀𝗶𝗴𝗻 | 𝗣𝗿𝗼

หน้าจอค่อนข้างใหญ่ 𝟲.𝟳𝟱” 𝗜𝗣𝗦 𝗛𝗗+ 𝟭𝟮𝟬𝗛𝘇 สว่าง 1000 nits, ชิป 𝗨𝗻𝗶𝘀𝗼𝗰 𝗧𝟳𝟮𝟴𝟬 + แรม 𝟴𝗚𝗕 ใช้งานทั่วไปโอเค ลื่นบน 𝗔𝗻𝗱𝗿𝗼𝗶𝗱 𝟭𝟲 𝘅 𝗻𝘂𝗯𝗶𝗮 𝗔𝗜 ลูกเล่นเยอะมากกก พร้อมความจุ 𝟮𝟱𝟲𝗚𝗕 สวนกระแส ‘เมมแพง’ + เพิ่ม MicroSD ได้อีก

สองรุ่นนี้ต่างกันแค่กล้อง 𝟱𝟬𝗠𝗣 กับ 𝟭𝟬𝟴𝗠𝗣 ลูกเล่น ออฟชั่น สเปกอื่นๆ เหมือนกันหมดเลย เริ่ม 3,499 บาท (8+256GB)

𝗔𝗟𝗟𝗗𝗢𝗖𝗨𝗕𝗘 𝗶𝗣𝗹𝗮𝘆 𝟳𝟬 𝟰𝗚 

หน้าจอ 𝟭𝟬.1″ 𝗜𝗣𝗦 𝗛𝗗+ 𝟵𝟬𝗛𝘇 เอาไว้ดูซีรีส์ Youtube แบ่งจอได้ ความจุ 128GB, รันบน Android 15 ลงแอปฯ Play Store, นำทาง GPS เหมือนมือถือ ฯลฯ พร้อมแบตเตอรี่ 𝟲𝟬𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵 ชาร์จ 𝗨𝗦𝗕-𝗖 ฯลฯ ใส่ซิมใช้งาน 𝟰𝗚 𝗟𝗧𝗘 โทรออก รับ SMS เหมือนมือถือทุกอย่าง ดังนั้น ใช้งานธนาคาร เป๋าตัง งบ 3,xxx บาท

𝗔𝗹𝗹𝗱𝗼𝗰𝘂𝗯𝗲 𝗶𝗣𝗹𝗮𝘆 𝟲𝟬 𝗣𝗮𝗱 𝗣𝗿𝗼


เด่นเรื่องจอ 𝟭𝟮.𝟭” 𝗜𝗣𝗦 𝟮.𝟱𝗞 𝟵𝟬𝗛𝘇 สีสด คมกริบ รองรับ Stylus ออฟชั่นคีย์บอร์ด (ขายแยก), ชิป 𝗛𝗲𝗹𝗶𝗼 𝗚𝟵𝟵  + แรม 8GB ลงแอปฯ รองรับ PC Mode ด้วย รองรับ 4G เล่นเน็ต โทรออก พร้อมแบต 10000 mAh + ชาร์จ 33W มีคีย์บอร์ด ปากกา แถมครบชุด !

Alldocube iPlay 70 Mini Ultra

โดดเด่นหน้าจอ 𝟴.𝟴” 𝗜𝗣𝗦 𝟮.𝟱𝗞 𝟭𝟰𝟰𝗛𝘇 คมชัด สว่าง, ชิป 𝗦𝗻𝗮𝗽𝗱𝗿𝗮𝗴𝗼𝗻 𝟳+ 𝗚𝗲𝗻 𝟯 เล่นเกม AAA ได้โอเค ใช้งานทั่วไปสมูท รันบน Android 14 ไม่มีโฆษณา คลีนมาก แบตเตอรี่ 𝟳𝟯𝟬𝟬 𝗺𝗔𝗵, ลำโพงคู่ระบบ DTS นอกจากนี้ รองรับ 𝗨𝗦𝗕-𝗖 𝟯.𝟭 สามารถเสียบออกจอใหญ่ได้

𝗛𝗨𝗔𝗪𝗘𝗜 𝗠𝗮𝘁𝗲 𝗫𝟳

ฝาพับรุ่นใหม่ บางเบากว่าเดิม เอาใจคนใช้ HUAWEI Ecosystem ครับ จอสวยแทบไม่มีรอยพับ กล้อง XMAGE ครบ 3 ระยะ ชิป Kirin, ความจุ 512GB ราคาไทยเปิดพอๆ กับฮ่องกง 6x,xxx บาท แถมสมาร์ตวอช กับของอย่างอื่นนิดหน่อย

ห้ามพลาดงานใหญ่ของปี พร้อมรับโปรโมชั่นสุดพิเศษและของแถมมากมาย แล้วเจอกันที่งาน Thailand Mobile Expo 2026 วันที่ 12 – 15 มี.ค. นี้ ที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ งานมหกรรมมือถือที่จะทำให้คุณได้เป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนในราคาสุดคุ้ม! เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT